วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพยาบาล


สารสนเทศทางการพยาบาล





สารสนเทศทางการพยาบาล ( Nursing  Information )  คือ การใช้ความรู้ทางคอมพิวเตอร์  ความรู้ทางด้านสารสนเทศ  และความรู้ทางด้านการพยาบาล  เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติพยาบาล  การบริการสุขภาพ และการบริหารการพยาบาล  สารสนเทศทางการพยาบาลต้องมีลักษณะสำคัญ  คือ เนื้อหาสาระเกี่ยวข้องกับการพยาบาล ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการช่วยจัดการข้อมูลสื่อสาร  หรือการดัดแปลงข้อมูลทางการพยาบาล
  

ประโยชน์ของการใช้สารสนเทศทางการพยาบาลในการบริหาร
นักทฤษฎีบริหารสมัยใหม่ส่วนมากเชื่อว่า  การบริหารจัดการนั้นจะขาดสารสนเทศไม่ได้  เพราะว่าการวินิจฉัยสั่งการ  หรือการบริหารจะต้องอาศัยพื้นฐานของเหตุผล  ซึ่งได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้  หรือสารสนเทศที่มีอยู่  ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ในลักษณะของสารสนเทศ  เพื่อใช้ประกอบการวางแผนการ บริหาร  การวินิจฉัยสั่งการ  การควบคุมกำกับการ  การติดตามและการประเมินผล  ผู้บริหารที่มุ่งประสิทธิภาพจะต้องจัดให้มีกระบวนการวางแผน  การกำหนดวิเคราะห์  การวางรูปแบบระบบสารสนเทศในองค์กรที่ตนรับผิดชอบอย่างเหมาะสม
   
คุณลักษณะที่ดีของระบบสารสนเทศในการบริหารการพยาบาล
    ระบบสารสนเทศในการบริหารที่ดี  ควรมีลักษณะ  10 ประการ  คือ
1.พึงระลึกว่าสารสนเทศมิใช่ข้อมูล จึงควรทำการเก็บรวบรวม  วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอในลักษณะของ     สารสนเทศเพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงในการบริหาร
2.ความเกี่ยวพันของสารสนเทศ ( Relevance ) สารสนเทศที่จะรวบรวม ควรเป็นสารสนเทศที่เกี่ยวพัน        กัน หรือสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้
3.ความไวของสารสนเทศ ( Sensitive ) สารสนเทศที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหาร จะต้องมีความไว          สามารถบ่งบอกหรือแสดงความหมายในสิ่งที่ต้องการทราบได้ถูกต้อง
4.ความถูกต้องเที่ยงตรงของสารสนเทศ ( Unbias ) สารสนเทศที่ได้จากการเก็บรวบรวม การวิเคราะห์       และการนำเสนอ ควรถูกต้องและเที่ยงตรงต่อความเป็นจริง มิใช่เพียงเพื่อให้ผู้บริหารพึงพอใจ
5.ลักษณะเบ็ดเสร็จของสารสนเทศ หรือการนำเสนอสารสนเทศ ควรอยู่ในลักษณะที่รวบรวมสิ่งสำคัญๆ    สามารถตรวจสอบหรือพิจารณาโดยผู้บริหารได้โดยง่ายหรือง่ายต่อความเข้าใจ
6.วลาที่เหมาะสมของสารสนเทศ สารสนเทศที่ได้รับการเก็บรวบรวม วิเคราะห์แลจัดเตรียม  จะต้อง        ทันเวลาในการที่จะต้องใช้งาน
7.สารสนเทศเพื่อเน้นการดำเนินการ ( Action Oriented ) สารสนเทศควรจะได้รับการวิเคราะห์ ใน              ลักษณะที่สนับสนุนกระบวนการบริหาร การวินิจฉัยสั่งการหรือการดำเนินการต่างๆในอนาคต
8.รูปแบบลักษณะเดียวกันของสารสนเทศ ( Uniformity ) สารสนเทศที่ดีควรจะมีลักษณะที่คล้ายคลึง มี    รูปแบบเดียวกัน  สามารถเปรียบเทียบใช้สารสนเทศร่วมกันได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกัน
9.สารสนเทศเพื่อเป้าหมายการปฏิบัติการ ( Performance Target ) สารสนเทศควรได้รับการ                    กำหนด และเก็บรวบรวมโดยอาศัยวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้เป็นพื้นฐาน
10.ความคุ้มค่าของสารสนเทศ ( Cost Effectiveness ) ผลประโยชน์ที่ได้จากการรวบรวม การวิเคราะห์      และการนำเสนอสารสนเทศควรมีมากกว่าต้นทุนที่ใช้

แนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารการพยาบาล
1.นำมาใช้ในการจัดคน  จัดเวร ( Staffing  and  Scheduling )  โดยอาศัยข้อมูลที่บันทึกไว้เกี่ยวกับผู้          ป่วย และบุคลากรพยาบาลที่สามารถแบ่งประเภทผู้ป่วยได้ และมีกิจกรรมการพยาบาลที่ได้ปฏิบัติ        แล้วปรากฏในคอมพิวเตอร์ ก็จะสามารถคาดคะเนความต้องการบุคลากรพยาบาลได้  และจัด                คนในแต่ละเวรได้โดยเร็วและถูกต้องที่สุดด้วย
2.นำมาใช้ในการประเมินความสามารถในการทำงาน  ( Performance  Evaluation )  โดยใช้ข้อมูล             บุคลากร และการปฏิบัติงานประจำวันเป็นรากฐาน
3. นำมาใช้ในการออกแบบโครงการ จัดตารางการทำงาน  และประเมินผลงาน
4.นำมาใช้ในการสนับสนุนการตัดสินใจ ในการบริหารเพื่อการหาผลผลิต เพื่อการกำหนดรูปแบบและ         วิเคราะห์ประสิทธิผลของการบริหาร การทำนาย การพยากรณ์ในอนาคต การกำหนดแนวโน้มของการ     ดำเนินการ การประเมินโครงการ ซึ่งจะเรียกว่า ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
5.นำมาใช้ในการวางแผนการเงิน และการจัดการ
6.นำมาใช้ในการวางแผนกลยุทธ์

องค์ประกอบที่สำคัญในการจัดระบบสารสนเทศ
( Information System )
            คือการร่วมวางแผนระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายเทคนิค  เนื่องจากการจัดทำระบบสารสนเทศจะเป็นการกำหนดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้  ต้องมีการร่วมมือกัน  เพราะฝ่านบริหารจะทราบกลยุทธ์  วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีประโยชน์สำหรับองค์กรได้ดี  ในขณะที่ความสามารถทางด้านเทคนิคอาจจะไม่เด่นชัดนัก  ส่วนฝ่ายเทคนิคจะมีความสามารถและความชำนาญทางด้านการสร้างความเป็นเลิศทางเทคนิคแต่ไม่มีความชำนาญทางด้านการบริหารและขาดความรู้ที่เฉพาะทางด้านองค์กรนั้นๆ  ดังนั้นทั้งสองฝ่ายต้องมีการประสานงานกันอย่างดี  เพื่อทำการพัฒนาและจัดทำระบบสารสนเทศที่ดีขึ้น

 

แนวคิดของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการทางการพยาบาล การทำงานในแต่ละองค์กร  แบ่งออกเป็นหลายระดับดังนี้ 
1.      ระดับปฏิบัติการ 
ผู้ใช้ คือ พยาบาลประจำการ
สารสนเทศนำเข้า  คือ  จำนวนผู้ป่วย  ชื่อผู้ป่วย  เบอร์เตียง  โรค  อาการปัจจุบัน  ผลการตรวจรักษา  เป็นต้น
การปฏิบัติการ  คือ การวางแผนการทำงานให้กิจกรรมพยาบาลเป็นไปตามที่ได้วางแผนไว้  การเขียน หรือการบันทึกงานที่ทำ
สารสนเทศที่ได้ / ส่งออก คือ  รายงานผลการทำงานแก่พยาบาล  รายงานแก่หัวหน้าเวร
ในระดับปฏิบัติการ  การทำงานจะเป็นงานพื้นฐานซึ่งเป็นงานประจำขององค์กร  โดยมีวิธีการทำงานค่อนข้างแน่นอน  มีกฏเกณฑ์ตายตัว  การทำงานเป็นแบบเดิมซ้ำๆ กันได้ปริมาณงานที่ค่อนข้างมาก
2.      ระดับควบคุมการปฏิบัติการหรือระดับบริหารงานระดับต้น
ผู้ใช้  คือ  หัวหน้าเวร  หัวหน้าหอผู้ป่วย  หัวหน้าสำนักงาน  หัวหน้าห้องตรวจปฏิบัติการ เป็นต้น
สารสนเทศนำเข้า  คือ  จำนวนผู้ป่วยในหอผู้ป่วยที่รับผิดชอบ  จำนวนบุคลากรที่ขึ้นปฏิบัติงาน  จำนวนผู้ป่วยหนักในหอผู้ป่วย  รายชื่อแพทย์เวร  เป็นต้น
การปฏิบัติงาน  คือ ควบคุมดูแลการทำกิจกรรมบำบัดที่สำคัญของผู้ป่วยทั้งหมด  การวางแผนดำเนินการภายในหอผู้ป่วย  การแจกจ่ายแก่บุคลากรภายในหอผู้ป่วย  การสรุปงานทั้งหมดของหอผู้ป่วย  เป็นต้น
สารสนเทศที่ได้ / ส่งออก  คือ การสื่อสารกับหอผู้ป่วยอื่นๆ รายงานผู้ตรวจการ  รายงานหัวหน้าแผนก  รายงานแพทย์เวร  เป็นต้น
ในระดับการบริหารจัดการระดับต้น  จะดำเนินการกำหนดกิจกรรมการทำงานของหอผู้ป่วยของตน  การควบคุมผู้ปฏิบัติการ  การทำงานจะใช้สารสนเทศจากระดับปฏิบัติการมาเพื่อประกอบการตัดสินใจทำงาน  และควบคุมงาน  โดยผลจากการทำงานระดับนี้ จะได้รายงานสารสนเทศที่สรุปการทำงานรายเวร  รายวัน  รายเดือน  รายปี  เพื่อส่งต่อไปยังผู้บริหารระดับกลางต่อไป
3.      ระดับบริหารระดับกลาง
ผู้ใช้  คือ ผู้ตรวจการพยาบาล  หัวหน้างานฝ่ายต่างๆ เป็นต้น
สารสนเทศนำเข้า  คือจำนวนผู้ป่วยในแต่ละหอผู้ป่วย  จำนวนผู้ป่วยรวมทั้งแผนก  จำนวนผู้ป่วยหนักในแต่ละหอผู้ป่วย  จำนวนผู้ป่วยหนักรวมทั้งแผนก    จำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานแต่ละหอผู้ป่วย  เป็นต้น
การปฏิบัติงาน  คือ  การวางแผนการทำงาน  การให้การช่วยเหลือแก่หอผู้ป่วยที่มีปัญหาต่างๆ  การเขียนบันทึกสรุปรายงานและประเมินปัญหา  ประเมินผลงานรวมของทั้งแผนก  เป็นต้น
สารสนเทศที่ได้ / ส่งออก  คือ การสื่อสารรายงานที่แสดงต่อหัวหน้า  เพื่อหาวิธีการช่วยเหลือ  สนับสนุน หรือเพิ่มศักยภาพการทำงานของทุกแผนกงานให้ทำงานได้มาตรฐานและบรรลุตามเป้าหมายอย่างทั่วถึง  เป็นต้น
ในระดับการบริหารจัดการระดับกลาง  เป็นระดับการควบคุมที่สูงขึ้นไปอีก  โดยจะใช้สารสนเทศจากการทำงานของผู้บริหารระดับต้น  รวมทั้งสารสนเทศจากระดับย่อยต่างๆ  และจากฝ่ายงานต่างๆ เพื่อวางแผนระยะยาว  รวมทั้งร่วมกำหนดยุทธวิธีดำเนินงาน  กำหนดกฏระเบียบนโยบายปฏิบัติงาน  เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานระดับรองลงมาให้เป็นไปตามนโยบายขององค์กร  ผลการทำงานระดับนี้เป็นรายงานสารสนเทศที่สรุปผลจากการทำงานรายปี  รายงานจุดด้อย  จุดเด่นขององค์กร  ส่งต่อไปยังผู้บริหารระดับสูงต่อไป
4.      ระดับบริหารระดับสูง
ผู้ใช้  คือ  หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล  หรือผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล  เป็นต้น
สารสนเทศนำเข้า  คือ  จำนวนผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาล  จำนวนบุคลากรแพทย์  จำนวนบุคลากรพยาบาล  เงินงบประมาณ  รายรับรายจ่ายรวม  เป็นต้น
การปฏิบัติงานคือ  การวางแผนกลยุทธ์  การกำหนดนโยบาย  การจัดสรรเงินงบประมาณ  เป็นต้น
สารสนเทศที่ได้ / ส่งออก  คือผลประโยชน์  ผลกำไร  รางวัล  ชื่อเสียง  การรับรองมาตรฐาน  เป็นต้น
ในระดับการบริหารจัดการระดับสูง  จะใช้สารสนเทศที่รายงานจากการทำงานของผู้บริหารระดับกลาง  ของหลายแผนกงาน  มาประกอบกับสารสนเทศภายนอกองค์กร  รวมถึงใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ส่วนตัวในการตัดสินใจ  เพื่อวางแผนระยะยาว  กำหนดยุทธวิธีให้องค์กรประสบความสำเร็จ  มีผลกำไร  ซึ่งผลการทำงานระดับนี้ได้สารสนเทศนำเสนอต่อประชาชน  ลูกค้า  ผู้ถือหุ้น  สาธารณชน  รัฐบาล  เป็นต้น
ในแต่ละระดับของผู้ใช้  ต้องการใช้สารสนเทศที่แตกต่างกันออกไป  โดยในระดับที่สูงขึ้น  ความต้องการสารสนเทศจะเป็นแบบสรุป  ผ่านการดำเนินการกลั่นกรองแล้วจากผู้ใช้ระดับล่าง โดยในระดับสูงสุดจะต้องใช้สารสนเทศจากภายนอกองค์กร  รวมทั้งใช้ประสบการณ์ส่วนตัวไตร่ตรองพิจารณาจึงตัดสินใจออกมาเป็นแผนงาน ระยะยาวขององค์กร 

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

การใช้ e-book เพื่อการพยาบาล


เข้าไปที่เว็บไซต์ www.archive.org/




เลือกหัวข้อที่จะค้นหา และชนิดของเนื้อหา
(Nurse, Texts)




ไปที่หน้า 15 แล้วเลือกหัวข้อ Nursing (Std12 - English Medium)




กด Read Online ด้านซ้ายมือ






วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การสร้างบล็อกเพื่อเผยแพร่สารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา


มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ความเป็นมาของมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา


          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนสุนันทา ได้เป็นที่ประทับของพระมเหสี พระราชธิดาและเจ้าจอมมารดาในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จำนวน 32 ตำหนัก รวมทั้งอาคารที่พักของบรรดาข้าราชบริพาร โดยมีพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฎ ปิยมหาราชปดิวรัดา ประทับ ณ ตำหนักสายสุทธานพดล ตั้งแต่ พ.ศ. 2467 ปัจจุบันมีสภาพใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุดอยู่ 6 ตำหนัก เนื่องจากมีผู้นำบุตรีและหลานของตน มาถวายตัวต่อพระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฎปิยมหาราชปดิวรัดาเป็นจำนวนมาก พระวิมาดาเธอฯ จึงทรงให้สร้างโรงเรียนนิภาคารสอนตามหลักสูตรการศึกษาสมัยนั้น รวมทั้งอบรมมารยาทและการฝีมือด้วยดำเนินกิจการไปโดยปริยาย




.. 2480 
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทน พระองค์ดำริที่จะให้เป็นที่พักอาศัยของนายกรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่คณะรัฐมนตรีลงมติให้ใช้สถานที่นี้ให้เป็นประโยชน์ทางการศึกษา ของรัฐกระทรวงธรรมการจึงได้จัดตั้งให้เป็นสถานศึกษาสำหรับกุลสตรี ชื่อโรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2480 ตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน สวนสุนันทาพัฒนาด้านการศึกษาต่อเนื่องมีสาระสำคัญ สรุปได้โดยลำดับดังนี้
เริ่มจัดการศึกษา 2 แผน คือ แผนกสามัญและแผนกวิสามัญ แผนกสามัญ เปิดสอนตั้งแต่ ชั้นประถมปีที่ 1 ถึงมัธยมปีที่ 6 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 7-8 นั้น รับโอนจากโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ โรงเรียนเบญจมราชาลัย โรงเรียนสตรีวิทยา และโรงเรียนสตรีโชตเวช แผนกเลขานุการสำหรับนักเรียนประถมที่ 1 เท่านั้นที่จัดเป็นสหศึกษา ส่วนแผนกวิสามัญรับโอนนักเรียน ฝึกหัดครูประถมหญิง จากโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์และรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมปีที่ 8 มาศึกษาหลักสูตรประโยคครูประถม (..)1 ปี มีทั้งประเภทนักเรียนนอกบำรุง คือ ผู้เรียนโดยทุนส่วนตัวและนักเรียนในบำรุง คือผู้สอบได้ทุนกระทรวงธรรมการ

..2481
          งดสอนชั้นมัธยมปีที่ 8 และแบ่งการเรียน การสอนเป็น 3 แผนกคือ แผนกประถมศึกษา แผนกมัธยมศึกษาและแผนกฝึกหัดครู .. 2482 แผนกมัธยมศึกษาเหลือเพียงชั้นมัธยมปีที่ 1-6 ส่วนแผนกฝึกหัดครูเปิดสอนหลักสูตร ประโยคครูประถม (..) 1 ปี รับจากผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 ให้มาเรียนแบบอยู่ประจำทั้งประเภทในบำรุงและนอกบำรุง

.. 2483
          แผนกประถมศึกษาเปิดสอนชั้นเตรียมประถมแต่ปีต่อมาก็ยุบไปเปิดสอนที่โรงเรียน ละอออุทิศ

.. 2486
          ขยายการรับนักเรียนในบำรุงจากต่างจังหวัดทุกจังหวัด โดยจังหวัดเป็นผู้สอนคัดเลือก นักเรียนส่งเข้ามาเรียนอยู่ประจำ จังหวัดละ 2 คน

.. 2490
          รับเฉพาะนักเรียนในบำรุง มีทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

.. 2491
          รับโอนนักเรียนประถมจากโรงเรียนละอออุทิศมาไว้

.. 2495
          เปิดสอนหลักสูตรประโยคครูประถม แผนกการงานสันทัด เช่น งานประดิษฐ์ งามไม้ งานพิมพ์ งานไฟฟ้า งานเสื้อผ้า ฯลฯ

.. 2496
          เปิดสอนหลักสูตรประโยคครูมัธยม (..) 2 ปี แผนกการงานสันทัดรับจากผู้จบ .. การงานสันทัด


.. 2498
          เลิกหลักสูตร .. และ .. การงานสันทัดและเปิดสอนฝึกหัดครู หลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาการศึกษา (.กศ.) 2 ปี รับจากผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 เริ่มจากคิดคะแนนแบบหน่วยกิตแทนแบบร้อยละ

.. 2500
          เปิดสอนฝึกหัดครูหลักสูตร .กศ. รอบบ่ายเพื่อแก้ไขปัญหานักเรียน ที่สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ 6 แล้วไม่มีที่เรียน รับนักเรียนฝึกหัดครูชายเป็นครั้งแรกและเริ่มมีนักเรียน ทั้งประเภทอยู่ประจำและประเภทเดินเรียน เนื่องจากไม่มีหอนอนเพียงพอ

.. 2501
          เปิดสอนฝึกหัดครูหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (.กศ. ชั้นสูง ) รับจากผู้สำเร็จการศึกษา .กศ. และกระทรวงศึกษาธิการอนุมัติให้ยกฐานะโรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย เป็นวิทยาลัยครูสวนสุนันทา จัดการเรียนการสอน เป็น 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายอุดมศึกษา ฝ่ายมัธยมศึกษาและฝ่ายประถมสาธิต

.. 2510
          เปิดสอนฝึกหัดครูหลักสูตร .. แบบเร่งรัดรับนักเรียนที่สำเร็จชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 หรือเทียบเท่ามาเรียน 1 ปี

.. 2511
          เปิดสอนภาคนอกเวลาหลักสูตร .กศ. ด้วยในปีต่อมา

.. 2517
          เปิดสอนระดับปริญญาตรี 2 ปี โดยใช้หลักสูตรของวิทยาลัย วิชาการศึกษา

.. 2518
          กระทรวงศึกษาธิการอนุมัติให้วิทยาลัยครู สวนสุนันทาเป็นสถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษาตาม พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู แบ่งสายงานการปฏิบัติราชการออกเป็น - สำนักงานอธิการ - คณะวิชา - ภาควิชาและยังคงมีโรงเรียนประถมสาธิต และมัธยมสาธิตเช่นเดิม

.. 2519
          สอนระดับปริญญาตรีหลักสูตร 2 ปี โดยใช้หลักสูตรของกรมการฝึกหัดครู

.. 2520
          งดรับนักศึกษาภาคนอกเวลา

.. 2521
          เปิดรับนักเรียนระดับปริญญาตรี 2 ปี ตาม โครงการอบรมครูและบุคลากร การศึกษาประจำการ (...)

.. 2523
          เปิดสอนระดับปริญญาตรี 4 ปี โดยรับจากนักเรียนที่สำเร็จชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 (ก่อน .. 2523 ) หรือมัธยมปีที่ 6

.. 2525
          รับนักศึกษา .กศ. ชั้นสูง ภาคต่อเนื่องและภาคสมทบ (แทนภาคนอกเวลาเดิม)

.. 2526
          เปิดสอนหลักสูตรเทคนิคอาชีพระดับ .กศ. ชั้นสูง 2 ปี รับจากผู้สำเร็จ มัธยมปีที่ 6 หรือเทียบเท่า

.. 2527
          มีพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู ฉบับที่ 2 กำหนดให้วิทยาลัยครูเปิดสอนได้ 3 สาขา คือ สาขาวิชาการศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์ สาขาศิลปศาสตร์ทั้งระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี 4 ปี และปริญญาตรีหลังอนุปริญญา วิทยาลัยครูสวนสุนันทายังเปิดสอนระดับอนุปริญญาวิทยาศาสตร์ 8 วิชาเอกและอนุปริญญาศิลปศาสตร์ 4 วิชาเอก

.. 2528
          เลิกโครงการ ... เปลี่ยนเป็นโครงการอบรมการศึกษาบุคลากรประจำ (กศ.บป.) สอนทั้งระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี สาขาวิชาการศึกษาและสาขาวิชาการอื่นในกรุงเทพมหานครเป็นสหวิทยาลัยรัตนโกสินทร์

.. 2529
          เปิดสอนระดับ ปริญญาตรีหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปีและปริญญาตรีหลัง อนุปริญญา สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ และสาขาวิชาศิลปศาสตร์เพิ่มเติมจาก สาขาวิชาการศึกษาที่มีอยู่เดิม

.. 2530
          สภาการฝึกหัดครูได้พัฒนาหลักสูตรทุกระดับและทุกสาขาวิชา วิทยาลัยจึงเปิดสอนหลักสูตรใหม่นี้

.. 2535
          สภาการฝึกหัดครูอนุมัติโปรแกรมวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจและโปรแกรม วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร วิทยาลัยจึงเปิดรับนักศึกษาในโปรแกรมดังกล่าว

.. 2538 จนถึงปัจจุบัน
            ถึงปัจจุบันวิทยาลัยครูได้เปลี่ยนเป็นสถาบันราชภัฏ โดยได้ตราเป็น พระราชบัญญัติซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยในวันที่ 19 มกราคม 2538 ในปัจจุบันสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา เปิดสอนภาคปกติและภาค กศ.บป. ในระดับอนุปริญญา และปริญญาตรี 3 สาขาวิชา ได้แก่ 1. สาขาศึกษาศาสตร์ เปิดสอน 16 โปรแกรมวิชา 2. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดสอน 11 โปรแกรมวิชา 3. สาขาศิลปศาสตร์ เปิดสอน 14 โปรแกรมวิชา ทั้งยังมีการบริการวิชาการแก่บุคคลทั่วไปหลายโดครงการ เช่น โครงการ อบรมภาษาอังกฤษ อบรมภาษาญี่ปุ่นอบรมการถ่ายภาพอบรมคอมพิวเตอร์ อบรมนาฎศิลป์ ซัมเมอร์แคมป์ อบรมการพิมพ์การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร


ทำเนียบผู้บริหาร


รศ.ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันท

                    
รศ.พิเศษ ดร.วิเชียร ศรีพระจันทร์                   อาจารย์.ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์
  รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร                          รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ

                     
     รศ.ธีระดา ภิญโญ                                   ผศ.ดร. ไพบูลย์ แจ่มพงษ์
      รองอธิการบดีฝ่ายแผนงาน                      รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา
                                                                และประกันคุณภาพ

                     

อาจารย์.ดร.วิทยา เมฆขำ                                รศ.พิศณุ พูนเพชรพันธุ์
      รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา            รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย


คณะ และวิทยาลัยในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา









หน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ